โลโก้ดีต้องทำงานได้.. ไม่ใช่แค่สวย!

ฟังผมกับคุณโจ้คุยกันเรื่อง logo ได้ความรู้และสนุกมากกว่าอ่านอีกนะ!

โลโก้เป็นกราฟฟิกตัวเล็ก ๆ ที่ทุกธุรกิจต้องมี ไม่ว่าเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ ล้วนแต่ต้องมีการทำโลโก้ขึ้นมาตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการสร้างบริษัท

แต่ด้วยความที่ขนาดของโลโก้นั้น หลายคนมองว่าเป็นกราฟฟิกก้อนเล็ก ๆ เป็นรูปวงกลมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้าง หรือมีตัวอักษรบ้าง การทำโลโก้จึง “ไม่น่ายาก” และ “ใช้เวลาไม่มาก” ดังนั้น ราคาการทำโลโก้ก็ “ไม่น่าจะแพง”

ยิ่งพอได้เห็นร้านกราฟฟิกบางร้านที่สามารถออกแบบโลโก้ด้วยราคา 500 – 1,000 บาท ยิ่งทำให้เข้าใจแน่นอนว่าการทำโลโก้นั้น…

… ง่าย ใช้เวลาน้อย และ ถูก

จริงหรือ?

 

โลโก้ตัวแรกในชีวิตที่ผมทำแล้วได้เงินก็คือ โลโก้ของบริษัทเพื่อนที่รู้จักกันในอเมริกา โดยขณะที่ทำโลโก้ ผมยังเรียนออกแบบไม่จบ ทำ Photoshop ไม่เป็น ดังนั้น การออกแบบโลโก้จึงเป็นการ “วาดภาพลงกระดาษ” และส่งงานกระดาษพร้อมลงสีให้กับเพื่อนเป็นการปิดงาน

ส่วนเพื่อนก็จะนำงานวาดนี้ไปส่งต่อให้คนอื่นเพื่อนไปขึ้นรูปออกมาเป็นโลโก้จริง ๆ ต่อไป

โลโก้ที่ส่งมอบนั้นมีแต่ตัวอักษร พร้อมกิมมิกเล็กน้อย ไม่ได้มีกราฟฟิกหวือหวา แต่ใช้เวลาคิดนานประมาณ 5 วัน และทำดีไซน์ออกมามากกว่า 50 รูปแบบ

วันที่ส่งงานผมไม่ได้ให้เพื่อนเลือกตัวที่ถูกใจ แต่ผมเลือกตัวที่เชื่อว่า “ดีที่สุด” ให้เค้า

เพื่อนถามว่าเท่าไหร่ ?

ผมบอกว่า “แล้วแต่”

เพื่อนยื่นเงินมาให้ $500

ซึ่งถือว่าไม่เลวสำหรับเด็กที่ยังเรียนไม่จบแล้วได้รับค่างานวันละ $100

เพื่อนผมจ่ายเงินให้กับค่าอะไร ? ภาพวาดชิ้นเล็ก ๆ บนกระดาษขาว ? หรือเวลา 5 วันที่เสียไป ? หรือความรู้พอประมาณที่มี ? หรือฝีมือการ drawing และ ลงสี ??

และนั่นคือเรื่องราวของโลโก้ชิ้นแรกในชีวิตที่ทำแล้วได้เงิน ส่วนโลโก้ที่ทำแล้วได้เงินมากที่สุดนั้น อยู่ที่ตัวเลขประมาณ 6 หลัก (ยังไม่เคยถึง 7 เสียที)

แล้วโลโก้จะถูกหรือแพงอยู่ที่อะไร ?

อยู่ที่การให้ความสำคัญ

 

แน่นอนว่าเราจะให้มูลค่ากับสิ่งที่สำคัญมากกว่าสิ่งที่เราเห็นว่าไร้ค่า ดังนั้น ราคาของโลโก้จึงอยู่กับความสำคัญที่เราให้ มากกว่าระยะเวลาที่ทำหรือขนาดของมัน

 

แล้วความสำคัญของโลโก้คืออะไร?

ความสำคัญของโลโก้.. ถ้าให้เปรียบเทียบ.. โลโก้ก็เหมือน “ใบหน้าคน” ลองคิดดูว่า มีกี่คนที่เราจำหน้าจำตาเค้าได้ แต่จำชื่อไม่ได้ ?

โลโก้ก็มีหน้าที่เช่นเดียวกัน โลโก้นอกจากจะต้องทำให้ดูดีดูน่าสนใจ แต่โลโก้ที่ดีต้องมีเอกลักษณ์ มีคาแร็คเตอร์ที่เป็นหน้าตาของแบรนด์ ทำให้คน “จดจำ” ได้ แม้ว่าบางครั้งเค้าจะลืมชื่อของเราก็ตาม เช่น บริษัทขนส่ง “แมวดำ” จะมีใครสามารถจำชื่อจริง ๆ ได้ว่าคือ Kuroneko Yamato

ดังนั้น ถ้าโน๊ส อุดม จะให้ทุกคนจดจำเค้าได้ที่จมูก.. เสนาหอยจะมัดผมเป็นทรงเดียวตลอดเวลา… ติ๊ก ชิโร่ จะต้องสวมหมวกและเสื้อขาวทุกครั้ง หรือแม้แต่ไมเคิล แจ๊คสันจะสวมถุงมือเพียงข้างเดียว เพื่อให้คนจดจำเป็นเอกลักษณ์ได้แล้วล่ะก็… การทำโลโก้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครก็คงมีความสำคัญไม่ต่างกัน

ถ้าเราอยากคนจดจำแบรนด์ หรือรู้สึกกับแบรนด์เราอย่างไร โลโก้นั้นช่วยได้ ทั้งนี้ “ความรู้สึก”​ ของผู้คนที่มีกับแบรนด์นั้น ตัวโลโกต้องสามารถ “สื่อสาร”​ ออกมาได้เองเลย โดยไม่ต้องให้ลูกค้ามานั่งอ่านคำอธิบายหรือ concept design ของโลโก้นั้น ๆ

ยกตัวอย่างเช่น Red Bull

 

โลโก้นี้ไม่ใช่โลโก้ทันสมัย ไม่ใช่โลโก้ยุคใหม่ เป็นโลโก้ที่มีรายละเอียดมาก ไม่ minimal แต่ดูรวม ๆ แล้วเรารู้สึกได้ถึงความจริงจัง ท้าทาย แข็งแรง

 

Star Alliance เป็นหนึ่งในโลโก้ที่ชอบมากที่สุดตัวหนึ่ง ด้วยความเรียบง่ายของมัน และสีเรียบ ๆ ที่ใช้ ทำให้ Star alliance เป็นโลโก้ที่สื่อให้เห็นถึงความเรียบ หรู น่าเชื่อถือ ไม่เครียด ไม่แก่ แต่อลังการได้ไม่ยาก

 

ในทางตรงกันข้าม โลโก้รองเท้ายางนุ่ม “Croc” กลับไม่ได้สื่อสารถึงความน่าเชื่อถือ หรืออลังการเรียบหรู แต่กลับใช้ตัวการ์ตูนเข้ามาทำให้รู้สึก friendly เข้าถึงง่าย น่ารัก น่าใช้งาน หากสังเกตจะพบว่าโลโก้นี้ไม่มีส่วนไหนที่ถูกตัดเป็นเส้นแหลม คม หรือเป็นมุม.. ทุกอย่างดูสมูธ เป็นโค้ง มน ทั้งโลโก้ ทำให้ดูไม่แข็ง นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงลักษณะของตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี

 

ขณะที่โลโก้ Under Armour ด้วยความ “กว้าง” และเส้นที่หนา เข้ม โลโก้ตัวนี้จึงทำให้เรารู้สึกถึงความแข็งแรง หนา อดทน ซึ่งแตกต่างจาก Nike ที่เน้นความปราดเปรียว คล่องตัว

ดังนั้น การทำโลโก้ที่ดี ควรต้องนึกถึงภาพลักษณ์ที่คนจะจดจำเรา จดจำแบรนด์ของเราด้วย.. อยากให้เค้ารู้สึกอย่างไร ก็จงทำโลโก้ให้เค้ารู้สึกเช่นนั้น

แล้วจะเริ่มต้นทำโลโก้แบบไหนดี?

 

ใช่ครับ โลโก้มีแยกออกเป็นหลายประเภท แต่วันนี้ลองมารู้จักกับโลโก้สองประเภทง่าย ๆ นั่นคือโลโก้ที่เรียกว่า “Word Mark” และ “Symbol”

 

โลโก้ประเภท “Word Mark”

Word mark แปลตรงตัวคือโลโก้ประเภทที่มี “คำ” อยู่ในนั้น เช่น โลโก้ของ Coke, FedEx, Google, Visa, Disney

 

โลโก้แบบ Word Mark มีข้อดีคือ ผู้ที่พบเห็นสามารถอ่าน เข้าใจได้ง่าย จดจำได้ชัดเจน การสื่อสารเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ผู้ที่พบเห็นไม่พลาดทั้งชื่อและสัญลักษณ์

 

สำหรับธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่ม Word mark เพราะแบรนด์ใหม่ต้องการให้ผู้คนได้รับรู้ ทั้งตัวโลโก้และชื่อในเวลาเดียวกัน

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Word Mark จะเป็นโลโก้แบบตัวอักษร พิมพ์ง่าย ก็ใช่ว่าควรจะทำให้ง่ายเสมอไป ถ้าเราไม่ลืมว่าโลโก้ จำเป็นต้องมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแล้วล่ะก็ การทำของที่ดู “ง่าย” ให้มีเอกลักษณ์ ดูจะเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับคำว่า “ง่าย” ไปเลยทีเดียว

 

โลโก้ประเภท “Symbol”

Symbol คือโลโก้ที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ เช่น Apple, Nike, Shell, Toyota, Pepsi

 

โลโก้ประเภทนี้หลายครั้งจะออกแนว Abstract คือมองแล้วไม่รู้ว่าเป็นรูปอะไร เช่น โลโก้ Toyota หรือ Nike

แต่อย่าง Apple หรือ Shell โลโก้นั้นสามารถอธิบายความหมายได้จากรูปลักษณ์ของตัวโลโก้เองเลย

ข้อดีของโลโก้แบบ Symbol คือ สั้น ง่าย กระชับ นำไปใช้ได้หลายที่ และบางครั้งสามารถนำไปใช้ร่วมกับงานออกแบบของผลิตภัณฑ์ได้ด้วย

ตัวอย่างสินค้า Nike ที่มีการนำโลโก้ไปใช้ร่วมกับการออกแบบสินค้า

 

แต่ข้อเสียของมันก็คือ ถ้าเรายังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป การทำโลโก้ประเภทนี้อาจจะทำให้คนงงกับแบรนด์ของเรา ไม่รู้ว่าเราชื่ออะไร อ่านอย่างไร และขายอะไร

สิ่งที่สังเกตได้คือ แบรนด์ที่ใช้โลโก้แบบ Symbol มักจะเป็นแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว และเป็นที่รู้จัก ที่สำคัญ และหลายแบรนด์เคยทำโลโก้แบบ “Word Mark” มาแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น โลโก้ Nike ที่ปัจจุบันเรามักจะคุ้นเคยกับตัว “Swoosh” หรือเครื่องหมายถูก (หรือตัว V หรือ ปีกนก และอีกหลายหรือ…) Nike เองก็เคยทำโลโก้แบบมีตัวอักษรมาก่อน ซึ่งความจริงโลโก้ประเภทที่รวมทั้งตัวอักษรและกราฟฟิกเข้าไปแบบนี้จะเรียกว่า “Combination Mark” แต่ตอนนี้เอาเท่านี้ก่อน อย่าเพิ่งเยอะเดี๋ยวจะงง

ทีนี้.. หลังจากที่เราได้เรียนรู้ถึงประเภทของโลโก้ และการใช้งานของมัน ต่อไปก็ถึงการจ้างคนทำโลโก้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งรูปแบบของบริษัทและฟรีแลนซ์ ซึ่งฟรีแลนซ์เองก็สามารถหาได้ไม่ยาก เช่นในเว็บไซต์รวมคนทำฟรีแลนซ์อย่างfastwork.co (https://fastwork.co/categories/illustration-design)

หลังจากนี้.. ไม่ว่าเราจะจ้างคนออกแบบโลโก้ หรือจะออกแบบเอง เราจะรู้ว่า เราควรทำโลโก้ประเภทไหน และโลโก้หน้าตาอย่างไรจึงจะเหมาะกับเรา

คิดว่าจะเขียนต่อ..​แต่ยาวมากแล้ว ครั้งหน้าเรามาต่อกันเรื่อง “สิ่งที่ไม่ควรทำในการออกแบบโลโก้” ละกันนะครับ

 

ที่มา https://gengsittipong.com/logo-that-works-5d1a93f9452b

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *